|
phasuk111
Rating: 53
Member since: 2008-10-04
Feeds: 3
Categories
|
Preview: ชมรม คนรักสุขภาพ
ชมรม คนรักสุขภาพคุณเป็นคนหนึ่งหรือไม่ ที่รู้สึกว่าหลังตื่นนอนตอนเช้า อารมณ์ไม่แจ่มใสอย่างที่ควรเป็น (ไม่นับอาการเบื่อเรียนหรือเบื่องาน) ทั้งๆ ที่นอนหลับเต็มอิ่ม ไม่เครียดหรือมีเรื่องทุกข์ร้อนใจ บางครั้งรับประทานอาหารเช้าแล้วกลับทำให้ยิ่งหิวเร็ว หนำซ้ำช่วงสายก่อนเที่ยงมีอาการมือสั่น อ่อนเพลีย หรือบ่ายๆ หลังรับประทานอาหารกลางวัน ยิ่งอ่อนเพลีย ง่วงนอน เฉื่อยชายิ่งกว่าเดิม อาการแบบนี้มีสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการรับประทานอาหาร ซึ่งอาหารกับอารมณ์นั้น เกี่ยวข้องกันชนิดที่คุณคาดไม่ถึงทีเดียวUpdated: 2009-11-09T00:46:57.642-08:00
7 ขั้นตอน ตรวจภายใน ด้วยตัวเอง. 2009-10-20T01:36:29.110-07:00 ผู้หญิงอย่างเราๆ เมื่ออายุย่างเข้าเลข 3 ก็ควรต้องเริ่มดูแล หมั่นคอยไปตรวจสุขภาพภายในบ่อยๆ โดยเฉพาะช่วงล่าง อย่างอวัยวะเพศ ที่แสนจะบอบบาง ยิ่งช่วงนี้อย่างที่เรารู้กันดีว่า.. โรคมะเร็งปากมดลูก โรคที่กำลังมาแรง และได้ทำลายชีวิตผู้หญิงกันไปหลายคนแล้ว ดังนั้นการป้องกันจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุดในการรักษาโรคนี้ ฉนั้นเราจึงต้องหมั่นดูแลคอยตรวจภายในอยู่เป็นประจำทุกปีนะค่ะวันนี้เราเลยมีเทคนิค การตรวจภายในช่องคลอดเบื้องต้นด้วยวิธีง่ายๆ และสะดวก แต่จะช่วยให้เพื่อนๆ รู้ และรักษาอาการผิดปกติบริเวณจุดซ่อนเร้นของเพื่อนๆ ได้อย่างทัน ท่วงที ถ้าพบ! กับ 7 ขั้นตอน ตรวจภายใน ด้วยตัวเอง.1. ล้างมือให้สะอาดก่อนเริ่มตรวจ จากนั้นจัดท่าของตัวเองว่าจะนั่งหรือนอนอย่างไรให้เห็นอวัยวะเพศของตัวเอง ได้ดีที่สุด อาจจะนอนชันเข่าหลังพิงฝาโดยใช้หมอนหนุนหลัง หรือนั่งยองๆ นั่งคุกเข่า ท่าใดท่าหนึ่งก็ได้ที่คิดว่าสะดวกที่สุด2. หากระจกที่สามารถใช้ถือดูอวัยวะเพศของคุณมา 1 บาน3. ให้ใช้มือข้างที่ถนัดแยกแคมใหญ่ทั้งสองข้างออกจากกัน แล้วมองและคลำดูว่ามีอะไรผิดปกติหรือไม่ เช่น ก้อน ตุ้มแข็ง ตุ้มน้ำ แผล รอย บวม หรือมีบริเวณที่สีเปลี่ยนไป คล้ำมากหรือแดงมากหรือไม่4. จากนั้นใช้นิ้วแยกแคมเล็กออกจากกันตรวจหาความผิดปกติต่างๆ แบบเดียวกับขั้นตอนที่ 3 แล้วตรวจดูที่บริเวณรูเปิดท่อปัสสาวะว่ามีอาการบวมแดงหรือเปล่า และใช้มือดึงรั้งผิวหนังที่คลุมบริเวณคลิตอริสขึ้นไป เพื่อตรวจดูว่ามีแผลหรือไม่5. ใช้นิ้วมือสองนิ้วสอดเข้าไปในช่องคลอดแล้วกดแยกหนังช่องคลอดออกจากกัน สังเกตตกขาวใน ช่องคลอด ถ้าเป็นสีขาวขุ่น เป็นมูกเหนียวหรือมูกใส มีกลิ่นคราวเล็กน้อย แสดงว่าเป็นตกขาวปก[...]
ผลไม้ใกล้ตัวที่กินแล้ว... "อ้วน" 2009-10-20T01:33:11.283-07:00 เพื่อนๆ รู้หรือไม่ว่า.. ผลไม้ที่อยู่ในมือเรานั้น นอกจากมีประโยชน์ แล้วก็อาจทำให้เรา "อ้วน" ได้โดยไม่รู้ตัวนะจ๊ะ แล้วถ้าใครคิดจะ ลดเชฟละก็ อย่าคิดว่าผลไม้จะช่วย ลดหุ่นได้เสมอการกินผลไม้ กินแล้วดี มีประโยชน์มากมาย แต่บางครั้งก็ต้องเลือกกิน และกินในปริมาณที่พอดี เพราะมีผลไม้บางชนิดที่มีน้ำตาลสูง ซึ่งอาจจะทำให้ "อ้วน" ได้ แล้วผลไม้อะไรบ้างละที่กิน แล้วจะอ้วนสุดๆผลไม้ที่กิน แล้วอ้วนสุด ๆ คือ กล้วยไข่อันดับ 2 คือ กล้วยน้ำว้าอันดับ 3 คือ ขนุนอันดับ 4 คือ กล้วยหอมอันดับ 5 คือ มะม่วงน้ำดอกไม้สุกอันดับ 6 คือ ลำไยกะโหลกเขียวอันดับ 7 คือ ลองกองอันดับ 8 คือ เงาะอันดับ 9 คือ ลางสาดอันดับสุดท้ายน้ำตาลน้อยสุด คือ ละมุดแต่ ทุเรียน ก็เป็นผลไม้ ที่ขึ้นชื่อว่ามีน้ำตาลสูงมาก ๆ ใครที่กินรับรองอ้วนแน่ ส่วนผลไม้ที่กินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน ได้แก่ แอปเปิ้ล ชมพู่ ฝรั่ง มะม่วงดิบ มะละกอ และ แตงโม รู้อย่างนี้แล้ว ถ้าไม่อยากอ้วนจนเกินไป ลองหาผลไม้ที่กินแล้วไม่อ้วนมากินกันได้.แหล่งที่มา: http://www.dailynews.co.th/web/html/popup_news/Default.aspx?ColumnId=66435&NewsType=2&Template=1[...]
ดื่มหนัก.. อยากแก้ "แฮงค์" ฟังทางนี้ 2009-10-20T01:29:44.369-07:00 ช่วงเทศกาลวันหยุดยาวๆ ปีใหม่นี้.. ที่หลายๆ รอคอยกันมานาน หลังจากทำงานกันมาอย่างเหน็ดเหนื่อยตอนทั้งปี และมักจะต้องเฉลิมฉลองกันยกใหญ่แน่ล่ะโดยเฉพาะนักดื่มทั้งหลาย คงต้องเมากันไปเป็นแถบๆ จนทำให้รุ่งขึ้นตื่นมาเกิดอาการแฮงค์ขึ้นมาในฉับพลัน มามะ วันนี้เรามีเทคนิคดี ๆ ที่จะช่วยให้เพื่อนๆ ไม่แฮงค์เมื่อดื่มแอลกอฮอร์มาฝากด้วยล่ะ- อย่าให้ท้องว่างก่อนการเริ่ม "ดริ๊งค์"ก่อนที่จะเริ่มต้นดริ๊งค์แอนด์แดนซ์ล่ะก็ ให้หาอะไรทานรองท้องไปก่อน เพราะหากเพื่อนๆ ดื่มแอลกอฮอร์ทั้งๆ ที่ท้องว่าง เพื่อนๆ จะเมาเร็วกว่าเดิมมากทีเดียว แนะนำว่าอาหารที่มันๆ หน่อยจะดีกว่า- อย่าหักโหม เริ่มดื่มแต่น้อย.. ในขณะออกตัวต้องรู้ตัวเองว่า.. เพื่อนๆ เองดื่มได้เท่าไหร่ อย่าหักโหม ดื่มตั้งแต่ช่วงแรกๆ เพราะนั่นจะทำให้ยิ่งเมาคอพับคออ่อนได้เร็วยิ่งขึ้น นอกจากนี้การใช้วิธีจิบไปเรื่อยๆ ก็เวิร์คกว่า เพราะจะทำให้เพื่อนๆ อยู่ได้นานมากกว่า กระดกรวดเดียวหมดเป็นไหนๆ ที่สำคัญอย่าดื่มแอลกอฮอร์คนละประเภท เช่นดื่มเบียร์แล้วไปต่อด้วยไวน์ ดื่มเหล้าขาว แล้วไปต่อแชมเปญ อะไรทำนองนี้ เพราะจะยิ่งทำให้เราแฮงค์เร็วทีเดียว- อย่ารับของจากคนแปลกหน้า (แม่สอนไว้..)อันนี้สำหรับสาวๆ ต้องระวังอย่างมาก นั่นก็คือ อย่ารับเหล้าที่คนอื่น (ที่ไม่ใช่เพื่อนในกลุ่ม) สั่งให้ หากเขาอยากชนแก้วกับเราให้ใช้แก้วที่อยู่ในมือเราดีที่สุด และพึงระวังแก้วบนโต๊ะให้ดีๆ ด้วยค่ะแต่หากว่า.. ไม่ว่าจะแนะนำยังก็แล้วแต่ สุดท้ายวันรุ่งขึ้นหลังปาร์ตี้ปีใหม่จบลง เพื่อนๆ ยังคงแฮงค์อยู่ดี วิธีนี้สิค่ะ แจ่ม ฝานเนื้อมะนาวทั้งลูก หรืออย่างน้อยๆ ครึ่งลูกก็ได้ กินเข้าไปเลยค่ะ รับรอง จี๊ดขนาดนี้ไ[...]
Zapi ฆ่าเชื้อโรคบนแปรงสีฟัน ด้วยแสง UV 2009-10-20T01:15:18.567-07:00 แปรงสีฟันเมื่อใช้เสร็จแล้ว มีใครเอาไปตากแดดให้แห้งไหมคะ?? (ไม่น่าจะมีนะ) ส่วนมากมักจะวางกันไว้ในห้องน้ำ ใส่กระบอกหรือที่แขวนแปรงไว้ก็แล้วแต่สะดวก ปล่อยให้ความชื้นเกาะอยู่กับแปรงสีฟันเป็นนาน กว่ามันจะแห้งเอง (หรือไม่แห้งก็ไม่รู้??!!) แล้วเมื่อจะใช้อีกครั้งก็มักจะบีบยาสีฟันใส่แปรง แล้วยัดเข้าปากกันเลยเพื่อนๆ ทราบไหมคะว่า.. ความชื้นในแปรงสีฟัน ก็อาจก่อให้เกิดเชื้อโรคสะสมได้ (*_*) Zapi จึงเกิดมาเพื่อช่วยกำจัดเชื้อโรคของแปรงสีฟันค่ะ แค่แหย่หัวแปรงสีฟันลงไป กดปุ่มเปิดเพียงปุ่มเดียว แสง UV ใน Zapi จะสามารถฆ่าเชื้อโรคได้ถึง 99.99% โดยในระหว่างที่ฆ่าเชื้อโรค เจ้าไข่นี้จะสั่น (เขย่า) ไปด้วย แล้วเมื่อเวลาผ่านไป 7 นาที ก็จะปิดตัวเองอัตโนมัติง่ายๆ เพียงเท่านี้ เพื่อนๆ ก็จะมีแปรงสะอาดปราศจากเชื้อโรคไว้ใช้งาน และเมื่อแปรงสะอาดแล้วก็.. อย่าลืม!!.. ทำปากให้สะอาด ด้วยการแปรงฟัน เช้าหลังตื่นนอน และก่อนเข้านอนทุกคืนนะคะ เพื่อสุขภาพอนามัยที่ดีของช่องปากค่ะ (^0^)ps. เรื่องการติดเชื้อในช่องปากไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เพื่อนของทาโกะเล่าให้ฟังว่า.. คนรู้จักของเค้าตายเพราะไม้จิ้มฟันอันเดียว (ไม่รู้ทาโกะโดนอำหรือเปล่าเนี่ย T_T) เพราะว่าใช้ไม้จิ้มฟัน แล้วโดนเหงือกเป็นแผล แล้วก็ไม่ได้ใส่ใจ ปรากฏว่าแผลติดเชื้อรุนแรงจนเสียชีวิตเลยค่ะ (เหวอ..อ~)via : dentist.netแหล่งที่มา: http://craziestgadgets.com/2009/01/08/zapi-uv-toothbrush-sanitizer-rocks-the-germs-out/[...]
เคล็ดลับดีๆ กับวิธีป้องกันไม่ให้ผมร่วง 2009-10-20T01:11:52.176-07:00 เพื่อนๆ เป็นคนนึงที่ขี้ใจน้อยอะป่าวคะเนี่ย ระวังผมจะค่อยๆร่วงจนหัวล้านนะคะ เหมือนที่เค้าว่า "คนหัวล้านขี้ใจน้อยงะ" แล้วใครที่กำลังรู้ตัวว่า.. ตอนเนี่ยผมกำลังร่วงง่าย ร่วงเยอะอยู่ ละก็ วันนี้เรามีวิธีป้องกันไม่ให้ผมร่วงมาบอก...การป้องกันไม่ให้ผมร่วง1. เลือกรับประทานอาหารและของที่มีประโยชน์ต่อเส้นผม เช่น ธัญพืช, ข้าวกล้อง, งาดำ, เมล็ดทานตะวัน, ฟักทอง2. ควรนวดหนังศรีษะเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด เพื่อบำรุงรากผมบ้าง3. ควรทำความสะอาดผมอย่างสม่ำเสมอ4. ควรใส่ครีมบำรุงผม ทุกครั้งที่สระผม5. ควรรับประทานแร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่อรากผม เช่น Biotin ไบโอติน หรือ Vitamin H จัดเป็นวิตามินชนิดหนึ่งในกลุ่มวิตามิน บี จำเป็นสำหรับขบวนการใช้คาร์บอนไดออกไซด์ในร่างกาย ซึ่งช่วยบำรุงผิวหนัง ผม กล้ามเนื้อ และประสาท อาหารที่อุดมไปด้วยไบโอติน ได้แก่ ตับหมู ไตวัว เนื้อวัว ปลาเนื้อขาว น้ำมันปลา ข้าวกล้อง ข้าวโพด รำข้าวสาลี ไข่ นม เนย โยเกิรต์ ผักต่าง ๆ โดยเฉพาะดอกกะหล่ำ กระหล่ำปลี เห็ด และแครอท อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีข้อกำหนดเกี่ยวกับปริมาณของวิตามินที่ร่างกายต้องการในแต่ละ วันสำหรับสาเหตุที่ร่างกายอาจขาดไบโอติน คือ การรับประทานไข่ขาวดิบในปริมาณมากเป็นระยะเวลานาน ๆ อันเนื่องมาจากใน "ไข่ขาว" มีสารที่จะทำลายไบโอติน เมื่อร่างกายเกิดอาการขาดวิตามินนี้ก็จะทำให้เกิดเป็นโรคผิวหนัง ผิวหนังมีสีเทา อ่อนเพลีย โลหิตจาง มีโคเลสเตอรอลในเลือดสูงกว่าปกติอีกตัวคือ Zine เป็นแร่ธาตุที่เมื่อร่างกายขาดจะทำให้ผมร่วงถ้าไม่อยากผมร่วง ก็อย่าลืมทำตามคำแนะนำกันได้นะคะ.แหล่งที่มา: http://www.dailynews.co.th/web/html/popup_news/Default.aspx?ColumnId=68397&NewsType=2&Template=1[...]
"ยาเม็ดกินลดความอ้วน" มีวางจำหน่ายแล้วในรูปแบบยาสามัญประจำบ้าน 2009-10-08T19:54:23.322-07:00 อ้าว... สาวๆ ตุ้ยนุ้ยฟังแล้ว คงเตรียมหาซื้อกันยกใหญ่ กับ "ยาเม็ดลดความอ้วน" โดยไม่ต้องคอยควบคุมอาหารการกินอย่างเดียว มีวางขายแล้วตามร้านขายยาทั่วไปในอังกฤษยาลดน้ำหนักชื่อว่า Alli ถูกวางจำหน่ายในรูปแบบยาสามัญประจำบ้าน ที่สามารถจำหน่ายได้ทั่วไปโดยไม่ต้องให้แพทย์ออกใบสั่งยา ซึ่งวางคู่กับหนังสือคู่มือการบริโภคอาหารในปริมาณที่เพียงพอ การออกกำลังกาย และการนับแคลอรียา ออกฤทธิ์โดยการขัดขวางไม่ให้ร่างกายดูดซึมไขมัน เหมาะกับผู้ที่มีดัชนีมวลกายเกิน 28 ขึ้นไป หากผู้ที่มีน้ำหนักเกินสนใจอยากที่จะซื้อมันมากิน จะเสียค่ายาประมาณเดือนละ 3,000 บาทบริษัทยาแกลกโซสมิธไคลน์ (GlaxoSmithKline) ผู้ผลิตอ้างว่า.. ในการทดลองยาตามสถานพยาบาล ยาได้ช่วยให้ลดน้ำหนักตัวลงได้ถึงครึ่งต่อครึ่ง ยิ่งกว่าการควบคุมอาหารแต่เพียงอย่างเดียว ผู้ที่ใช้ยานี้หากยังขืนกินอาหารที่อุดมด้วยไขมันอยู่อีก จะต้องประสบกับอาการอันไม่พึงประสงค์ ตั้งแต่ท้องร่วง และเกิดก๊าซในกระเพาะทางสมาคมแพทย์วิทยาลัยหลวงของอังกฤษ ได้แนะนำว่า... เนื่องจากหลายคนอาจจะเกิดอาการข้างเคียงที่ทรมานมาก จึงขอแนะนำให้ใช้ยา โดยควรจะขอคำแนะนำจากแพทย์เสียก่อนแหล่งที่มา: http://www.thairath.co.th/content/tech/3975[...]
ระวัง! ผู้ชายที่ดูรูปโป๊บ่อยๆ จะทำให้สมองชินชา 2009-10-08T19:53:27.422-07:00 หากเพื่อนๆ เป็นคนที่ชอบดูรูปประเภทแบบว่า.. วับๆ แวมๆ ของสาวๆ ที่นุ่งน้อยห่มน้อยอยู่บ่อยๆระวัง!!! จะกลายเป็นคนที่โรคสมองชินชาได้นะจ๊ะทางนักวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยปรินซ์ตันที่อเมริกา ได้พบว่า.. การได้ที่เห็นรูปผู้หญิงนุ่งน้อยห่มน้อยบ่อยๆ ทำให้สมองผู้ชายบางคนชินชา เมื่อมองเห็นแล้วรู้สึกเหมือนกับเห็นเป็นสิ่งของธรรมดาไปซะงั้นจากการศึกษาทดลองกับผู้ชาย โดยให้ดูรูปสาวๆ ในชุดอาบน้ำบิกินี พร้อมกับใช้เครื่องตรวจสแกนสมองไปด้วย พบว่าในผู้ชายบางคนจะมีสมองส่วนที่ แสดงปฏิกิริยาต่อสิ่งเร้าที่มีต่อสิ่งของจนทำให้ตื่นเต้น แต่กับผู้ชายคนที่รู้กันว่าเป็นคนเจ้าชู้ ซึ่งแต่ก่อนเมื่อได้เห็นรูปโป๊ ส่วนของสมองเคยแสดงความตื่นเต้น แต่คราวนี้กลับนิ่งเฉยอาจารย์ซูซานกล่าวว่า... เครื่องตรวจสแกนสมองแสดงให้เห็นว่า ปฏิกิริยาของผู้ชายที่มีต่อรูปภาพ เป็นปฏิกิริยาของมนุษย์ที่มีต่อสิ่งของ ไม่ได้เป็นปฏิกิริยาที่มีต่อมนุษย์ที่เป็น 3 มิติเต็มตัวเลย” เป็นเพราะความเคยชิน ซึ่งต้องโทษที่สังคมถูกถล่มปูพรมด้วยรูปสาวโป๊ๆ อยู่อย่างไม่ขาดสาย ทำให้ปฏิกิริยาของสมองของผู้ชายบางคน ที่มีความรู้สึกอย่างที่มีกับมนุษย์เฉื่อยชาลงไป และเทียบได้ว่า.. เป็นแบบเดียวกับความรุนแรงที่พบเห็นกันอยู่ ในทีวี ก็เคยมีการศึกษาพบว่า.. "ทำให้คนจะรู้สึกชินชา กับเรื่องร้ายแรงต่างๆ ได้เช่นกัน"จึงพูดได้ว่า.. ผู้ชายที่ดูบางคนอาจเกิดความชิน เมื่อเห็นภาพโป๊เหล่านี้ เพราะคิดว่าเป็นแค่สิ่งของชิ้นหนึ่ง ซึ่งเป็นแค่ภาพไม่ใช้ผู้หญิงตัวจริงๆ ที่เป็น 3 มิติ สามารถจับต้องลูบคลำเนื้อหนังได้ สมองเลยไม่สั่งการให้เกิดความตื่นเต้น ห[...]
เสริมเต้าด้วย "สเต็มเซลล์" เพิ่มอึ๋ม!! แบบธรรมชาติเหมือนนมจริง 2009-10-08T19:51:21.789-07:00 สาวอกเล็กเตรียมเฮ... เสริมนมให้บึ้ม!! เป็นแบบธรรมชาติไม่ต้องพึ่งของเทียม อย่างซิลิโคนที่ทำกันอยู่ในปัจจุบัน หลังพบเทคนิคพิเศษเสริมหน้าอกให้ใหญ่ขึ้นด้วยสเต็มเซลล์โรงพยาบาล พรินเซสเกรซ ประเทศอังกฤษ จะเปิดให้บริการเสริมหน้าอกให้ใหญ่ขึ้น และดูเป็นธรรมชาติแก่ผู้สนใจด้วยการใช้สเต็มเซลล์ ซึ่งเทคนิคนี้คิดค้นโดยแพทย์ชาวญี่ปุ่นวิธีการคือ นำสเต็มเซลล์จากไขมันบริเวณพุง หรือต้นขา นั้นนำมาเลี้ยงในหน้าอก ซึ่งจะทำให้หน้าอกใหญ่เป็นธรรมชาติ ไม่เหมือนกับการเสริมอกด้วยซิลิโคนที่ทำกันอยู่ในปัจจุบัน แต่ข้อจำกัดคือ การทำสเต็มเซลล์ครั้งหนึ่งสามารถทำให้หน้าอกใหญ่ขึ้นแค่ 1 คัพเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ถ้าเทคนิคก้าวหน้ามากกว่านี้ก็น่าจะทำให้หน้าอกขยายมากกว่านั้นได้ศ. คีฟาห์ ม็อกเบล กล่าวว่า "เราใช้วิธีนี้ในการเสริมหน้าอกให้กับผู้ป่วยที่ต้องตัดหน้าอกออกเพราะโรค มะเร็ง ซึ่งมีชาวอังกฤษเข้ารับการผ่าตัดหน้าอกโดยใช้สเต็มเซลล์แล้วสิบกว่าคน แต่เรากำลังจะเริ่มทดลองใช้วิธีนี้ในคนปกติโดยได้อาสาสมัครแล้ว 30 คน และปลายปีนี้น่าจะเปิดให้บริการผ่าตัดให้กับผู้สนใจได้ คาดว่าค่าใช้จ่ายน่าจะอยู่ที่ 3.25 แสนบาท"การเสริมหน้าอกด้วยสเต็มเซลล์นั้นดูเป็นธรรมชาติ เนื่องจากเนื้อเยื่อมีความอ่อนนุ่มเช่นเดียวกับหน้าอกส่วนอื่น ขณะที่ซิลิโคนมีความแข็ง และใช้ไปนานๆ ต้องเปลี่ยนทั้งยังมีโอกาสรั่วได้แหล่งที่มา: http://www.matichon.co.th/khaosod/view_news.php?newsid=TUROMFpXTXdNVEEyTURVMU1nPT0=§ionid=TURNeU5nPT0=&day=TWpBd09TMHdOUzB3Tmc9PQ==[...]
สาวสวย กับผักและผลไม้ทั้ง 7 2009-10-08T19:50:03.302-07:00 เคยแต่ได้ยินนิทาน.. สโนไวท์กับคนแคระทั้ง 7ตามนิทานคนแคระช่วยสโนไวท์ได้ค่ะ แต่ไม่ได้ช่วยให้สวยขึ้นนะคะเพราะความสวยนั้น หากไม่มีติดตัวมาแต่เกิด ก็สร้างขึ้นด้วยตัวเองได้ถึงหน้าไม่สวย แต่ผิวสวย และดูอ่อนกว่าวัยย์ก็ยังดีค่ะ (^0^)แล้วผักและผลไม้จะช่วยสาวสวยได้อย่างไร??!! ก็ด้วยการกินไงคะอาหารการกินช่วยเราได้นะคะ ดังคำกล่าวที่ว่า..You are what you eat (หวังว่าทาโกะคงจะไม่ได้จำผิดนะ ^^'')แปลง่ายๆ ว่า คุณกินอะไรคุณก็เป็นอันนั้นแหล่ะ กินดีก็ส่งผลดีแก่ตัวเองกินดีไม่ใช่กินแพง หากแต่เป็นการกินของมีประโยชน์ต่อร่างกายต่างหากซึ่งผักและผลไม้ทั้ง 7 ที่ทาโกะจะแนะนำในวันนี้สามารถช่วยให้ผิวของเพื่อนๆ ดูดี(มีน้ำมีนวล เปล่งปลั่ง สวยสด งดงาม) และช่วยชะลอความแก่ได้เป็นอย่างดีค่ะ1. ลูกพรุน (Prunes)โปแตสเซียม เหล็กและไฟเบอร์ แล้วยังช่วยให้ผิวของเพื่อนๆ มีเลือดฝาด(ออกแนวหน้าตาผ่องใส และแก้มแดงนั่นล่ะ) หากทานลูกพรุนสดๆ เป็นประจำละก็..จะเห็นผลปากแดง แก้มแดง โดยไม่ต้องพึ่งสำอางค์เลยทีเดียวแต่ระวังหน่อยนะคะ เพราะว่าลูกพรุนนั้น มีฤทธิถ่ายท้องด้วยค่ะ2. ถั่วอุดมไปด้วยโปรตีน เหล็ก วิตามินบี และยังมีไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำสูงซึ่งจะช่วยให้เพื่อนๆ อิ่มเร็ว และอิ่มนาน ทำให้ความอยากอาหารลดลงเหมาะกับเพื่อนๆ ที่ต้องการลดความอ้วนเป็นอย่างมากแต่ระวังหน่อยนะคะ เพราะว่าถั่วนั้น มีฤทธิให้ผายลม (ปู้ดๆ~)3. บรอคโคลี่อุดมไปด้วยซีลีเนียม ซึ่งจะช่วยให้ผิวของเพื่อนๆ ยืดหยุ่นดีส่งผลให้ดูอ่อนกว่าวัย ผิว (หนังไม่เหนี่ยว) นุ่มนิ่ม มีน้ำมีนวลและลดริ้วรอยเหี่ยวย่นอีกด้วย4. กล้วยไข่อุดมไปด้วยเบต้าแคโรทีน ซึ่งมีฤทธิต้[...]
ลดน้ำหนักด้วยการ.. ผ่าตัดเย็บกระเพาะให้เล็กลง 2009-10-08T19:48:21.571-07:00 ตอนเป็นเด็กทาโกะเคยคิดเล่นๆ ว่า.. ตอนที่หิวบ่อยอยากกินนั่นกินนี่มากๆเราน่าจะไปให้คุณหมอเย็บกระเพาะเราให้เล็กลงได้นะ จะได้ไม่กินเยอะไม่เปลืองดี แล้วก็ไม่อ้วนด้วย แบบว่าไม่ค่อยชอบเล่นกีฬาน่ะค่ะ (-_-'')เวลาผ่านไปหลายปี (อย่ารู้เลยนะคะว่ากี่ปี ฮ่าๆ) ความคิดนั้นก็เป็นจริงจนได้ด้วยฝีมือของคุณหมอ เกรกก์ นิชิ (Dr. Gregg Nishi) ศัลยแพทย์จากศูนย์แพทย์ซีดาร์สไซนาย (Cedars-Sinai) ในลอสแองเจลลิสวิธีก็คือสอดท่อขนาดสายยางรดน้ำต้นไม้เข้าไปทางปากลงไปทางคอ[แค่นึกภาพตามยัง .. กลัว >.< มันน่าจะเจ็บนะคะ ถึงเค้าใช้ยาสลบก็เถอะมันก็ต้องมีแผลขีดข่วนบ้าง ตามทางเดินอาหารที่สอดท่อลงไปน่ะค่ะ]แล้วใช้เครื่องยิงเย็บกระเพาะอาหารให้เล็กลง จึงทำให้กินน้อยลง เพราะจะรู้สึกอิ่มเร็วขึ้นแถมข้อดีมากๆ คือ "ไม่มีรอยแผลเป็น" อีกด้วย [ก็เค้าเย็บกระเพาะจากด้านในนี่นา]ซึ่งผลจากการผ่าตัดกับคนไข้ในอเมริกา 200 คน และในยุโรปอีก 100 คน ดูท่าว่าจะดีเพราะคนไข้ในยุโรป ซึ่งผ่าตัดมาได้นาน 18 เดือน มีน้ำหนักตัวลดลงถึงร้อยละ 45แต่.. ที่เกิดอันตรายก็มีค่ะ คือ คนไข้รายหนึ่งทางเดินอาหารทะลุ แต่ไม่พบว่ามีโรคแทรกซ้อนใหญ่อื่นๆถ้าการลดน้ำหนักด้วยตัวเองมันยากเกินไปสำหรับเพื่อนๆ ที่มีน้ำหนักตัวเกินพิกัดมากๆวิธีนี้ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะทำให้ลดน้ำหนักลงได้ค่ะ แต่มันคุ้มที่จะผ่าตัดหรือไม่เพื่อนๆ โปรดใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจคิดให้ดีก่อนเสี่ยงเจ็บตัวนะคะสำหรับเพื่อนๆ ที่คิดว่า..การทานให้น้อยลงมันยาก ทาโกะอยากแนะนำค่ะให้ทานเฉพาะในมื้อจริงๆ แล้วก็ต้องใจแข็งด้วยเมื่อตัดสินใจว่า "ไม่กิน!!" ก็คือ "ไม่กิน!!"แล้วก็เลื[...]
มารู้จักสารในสีของผัก และผลไม้ที่เราทานกัน 2009-10-08T19:46:33.949-07:00 หลายคนคงเคยสงสัยหรือไม่ว่าทำไม..ผัก และผลไม้ถึงมีสีสันที่แตกกันทั้งสีเขียว สีม่วง สีเหลือง สีแดง ทราบกันหรือไมว่า..สีสวยๆของผักผลไม้เหล่านี้ ยังมีสารที่ให้ประโยชน์แตกต่างกันด้วยนะค่ะ แล้วสารที่ว่าจะอยู่ในผักผลไม้สีอะไรบ้างนั้นต้องตามมาดูกัน>>>@ คาโรทีนอยด์ @คาโรทีนอยด์ คือ เม็ดสีเหลือง แสด ที่ละลายในไขมัน ในผักใบเขียว คาโรทีนอยด์อยู่ในคลอโรพลาสต์ ซึ่งมีคลอโรฟิลล์อยู่ด้วย สีเขียวของคลอโรฟิลล์จะกลบสีเหลืองของคาโรทีนอยด์จนมองไม่เห็นคาโรทีนอยด์เป็นสารพวกไฮโดรคาร์บอนชนิดไม่อิ่มตัว ส่วนใหญ่ประกอบด้วยคาร์บอน 40 อะตอม แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ แคโรทีน และเบตาแคโรทีน แคโรทีนมีคุณค่าทางโภชนาการ บางครั้งเรียกว่า โพรวิตามินเอ สามารถเปลี่ยนเป็นวิตามินเอที่ลำไส้เล็กการหุงต้มธรรมดาไม่มีผลต่อสี หรือคุณค่าทางอาหาร คาโรทีนอยด์ไม่ละลายน้ำทำให้เป็นการป้องกันไม่ให้สูญเสียคุณค่าทางโภชนาการ แต่เนื่องจากโมเลกุลของคาโรทีนอยด์ไม่อิ่มตัว จึงถูกออกซิไดส์ได้ เมื่อทิ้งให้ถูกอากาศนานๆ จะทำให้สูญเสียวิตามินเอ และทำให้คาโรทีนอยด์ในอาหารตากแห้งเปลี่ยนสี วิธีป้องกัน คือ การลวกผัก และรมควันกำมะถัน หรือคลุกซัลไฟท์ ก่อนที่จะนำผลไม้ไปตากแห้ง@ คลอโรฟีลล์ @คลอโรฟีลล์ เป็นเม็ดสีที่ให้สีเขียวแก่พืช อยู่ในคลอโรพลาสต์คลอโรฟีลล์ใช้ในการสังเคราะห์แสงของพืช คลอโรฟีลล์ดูดพลังงานจากแสงแดดไว้เพื่อสร้างคาร์โบไฮเดรตจากน้ำ และก๊าซ คาร์บอนไดออกไซด์คลอโรฟีลล์เป็นโมเลกุลใหญ่ ในพืชที่ใช้เป็นอาหาร พอคลอโรฟีลล์เอ และบี ซึ่งมีโครงสร้างคล้ายกับฮีโมโกลบินในเลือ[...]
6 เทคนิคกั้นลมปาน (ตด) 2009-10-08T19:45:20.995-07:00 อุ๊ย...พูดถึงเรื่องลมปานเดินทีไร คงหนีไม่พ้นการผายลม หรือ 'ตด' นั้นเองบางครั้งสิ่งนี้ก็อาจเป็นเรื่องทีทำให้เรารู้สึกอับอาย หากกำจัดออกมาแบบไม่ถูกที่ถูกทางว่าไปมันก็เป็นเรื่องธรรมชาติที่ทุกคนทำกัน แต่จะดีกว่าไหมถ้าหากเราควบคุมมันได้จริงๆ แล้วการผายลมมันเป็นอาการที่ควบคุมไม่ค่อยได้ หากถึงขีดสุดซึ่งอาการผายลมนั้นเกิดจากการมีอากาศ หรือแก๊สในกระเพาะมากเกินไปแต่จะให้ปล่อยออกมาในที่สาธารณะ ก็คงจะมีคนทักว่า "ใครตด" เป็นแน่แท้ถ้าโชคดีไม่มีเสียงก็แล้วไป แต่ถ้าโชคร้ายดันมาเป็นคู่ทั้ง กลิ่น และเสียง ละก็แทบไม่อยากคิดถึงสายตาคนรอบข้างเลยเรา!!เพราะเหตุนี้เราจึงมีเทคนิคพิชิตลมปาน "ตด" มาฝากกัน1. หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มเติมแก๊ส เช่น เบียร์ โซดา น้ำอัดลม เพราะของเหล่านี้มีแก๊สซึ่งจะทำให้เรอ และผายลมออกมามากขึ้น2. หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มปรุงสำเร็จ ที่มีส่วนประกอบของน้ำเชื่อมฟรัคโทส (fructose syrup)เช่น เครื่องดื่มกระป๋อง น้ำผลไม้กระป๋อง บางคนอาจดูดซึมน้ำตาลชนิดนี้ได้น้อยทำให้ท้องอืด หรือผายลมออกมากขึ้น3. อย่ากินอาหาร หรือดื่มน้ำเร็วเกินไป เพราะระหว่างกินเราจะ กลืนอากาศเข้าไปด้วยหากเรากินเร็วมากเท่าไร ก็เท่ากับว่าเรากลืนเอาลมมากตามไปด้วย ถ้ากินช้าๆเคี้ยวให้ละเอียดจะช่วยให้อากาศเข้าสู่ร่างกายได้น้อยลง4. หยุดสูบบุหรี่ อันนี้คงเป็นเรื่องอยากสำหรับนักดูดอย่างสิ่งรมควันแต่รู้หรือไมว่า....การสูบยา คือการสูบอากาศเข้าไปด้วย5. ลดอาหารที่มีกำมะถันเป็นส่วนประกอบ เช่น ไข่ เนื้อสัตว์ กะหล่ำปลีซึ่งอาหารเหล่านี้จะทำให้เกิดแก๊สสะสมที่มีกลิ่[...]
ภัยจาก Sugar Free 2009-10-08T19:44:08.890-07:00 เคยเห็นคำว่า "Sugar free" บนฉลากของลูกอม หรือหมากฝรั่งหลายยี่ห้อที่วางขายกันบ้างไหม? สำหรับเพื่อนๆ คนไหนที่ชอบคุมน้ำหนัก คำนี้อาจเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ทันที ซึ่งหารู้ไม่ว่า.. Sugar free ไม่ได้มีประโยชน์ แต่อาจได้รับโทษหากบริโภคมากเกินความจำเป็นลูกอม และหมากฝรั่งประเภท Sugar free จะใช้สารให้ความหวาน ประเภท Sorbitol หรือ Xyltiol แทนการใช้น้ำตาล สารประเภทนี้มีประโยชน์อยู่บ้างตรงที่ไม่ทำให้ฟันผุ มีแคลอรีน้อยกว่าน้ำตาล (แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่มีแคลอรีเลย) บางชนิดอาจไม่มีคุณค่าทางโภชนาการเลยด้วยซ้ำ ดังนั้นจึงไม่เหมาะสำหรับเด็ก แถมยังไม่ใช่อาหารควบคุมน้ำหนัก และที่สำคัญหากบริโภคในปริมาณมากเกินยังมีโทษ เนื่องจากสารนี้มีคุณสมบัติเป็นยาระบายได้ด้วย ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการท้องร่วงได้หากบริโภคเกิน 20-35 กรัมซึ่งกรณีนี้เคยเกิดขึ้นในคนไข้รายหนึ่งที่เคี้ยวหมากฝรั่งที่มีส่วนผสมของ Sorbitol ในปริมาณ 15-20 ชิ้นต่อวัน ทำให้เขามีอาการปวดท้อง และท้องเสียเรื้อรัง และอาการดังกล่าวหายไปเมื่อเขาหยุดกินดังนั้นเพื่อนๆ จึงไม่ควรบริโภคในปริมาณที่พอเหมาะ เพราะมันไม่มีประโยชน์ แถมยังอาจเป็นภัยต่อร่างกายเราด้วยซ้ำแหล่งที่มา: blog.fukduk.tv[...]
วิธีสังเกต "ยา" เสื่อมคุณภาพ 2009-10-08T19:42:11.823-07:00 การรับประทาน "ยา" เราควรต้องอ่านฉลากด้านข้างอย่างละเอียดทุกครั้งก่อนรับประทานโดยเฉพาะวัน/เดือน/ปี ที่ผลิต และหมดอายุ (อันนี้สำคัญ) ต้องดูให้ละเอียดเพื่อเราจะได้ไม่ทานยาที่หมดอายุแล้วเข้าไปแต่บางครั้งฉลากที่บอกวันผลิต-วันหมดอายุของยา อาจจางหายไปกับกาลเวลาหรือ 'ยา' ที่ผลิตออกมานั่นอาจจะเสื่อมคุณภาพก่อนวันหมดอายุที่ระบุไว้ก็เป็นได้ซึ่งอาจจะขึ้นอยู่กับการเก็บรักษา หรือตัวยานั้นไม่ได้คุณภาพมาตรฐานก็อาจทำให้เสื่อมคุณภาพได้ก่อนกำหนดแล้วเพื่อนๆ ทราบหรือไม่ว่า... ยาแต่ละชนิดนั้นเมื่อเสื่อมคุณภาพจะมีลักษณะเช่นไร?วิธีสังเกตยาที่เสื่อมคุณภาพ- ยาเม็ด สังเกตว่า: เม็ดยาจะแตกร่วน สีเปลี่ยนไป มีจุดด่าง ขึ้นรา หรือหากเป็นยาเม็ดเคลือบน้ำตาลเม็ดยาอาจเยิ้มเหนียวมีกลิ่นหืนหรือกลิ่นผิดไปจากเดิม- ยาแคปซูล สังเกตว่า: แคปซูลจะบวม พองออก หรือจับกัน ผงยาในแคปซูลเปลี่ยนสีเช่น ยาเตตราซัยคลินที่เสียแล้ว ผงยาจะเปลี่ยนจากสีเหลืองเป็นสีน้ำตาล ซึ่งเป็นอันตรายต่อไตมาก- ยาน้ำแขวนตะกอน เช่น ยาลดกรด ยาคาลาไมน์ทาแก้คัน หากเสื่อมสภาพตะกอนจะจับกันเป็นก้อนเกาะติดกันแน่น เขย่าแล้วไม่กระจายตัวดังเดิม มีความเข้มข้น กลิ่น สี หรือรสเปลี่ยนไป- ยาน้ำเชื่อม เช่น ยาแก้ไอ หากหมดอายุ ยาจะมีลักษณะขุ่นมีตะกอน ผงตัวยาละลายไม่หมดสีเปลี่ยน มีกลิ่นบูดเปรี้ยวหรือรสเปรี้ยว- ยาขี้ผึ้ง และครีม ถ้าพบว่าเนื้อยาแข็งหรืออ่อนกว่าเดิม เนื้อไม่เรียบ เนื้อยาแห้งแข็งหรือสีของยาเปลี่ยนไปและแน่นอนว่า...วิธีการดูว่ายาหมดอายุ คือ ดูวันหมดอายุของยาที่ร[...]
เดินคุยโทรศัพท์มาก ระวัง!! ปวดหลังไม่รู้ตัว 2009-10-08T19:40:33.429-07:00 ไม่บ่อยนัก ที่ทาโกะจะหยิบนิตยสารสุขภาพมาอ่านสักทีจริงๆ อ่านได้ทุกแนว (อ่านหนังสือนะ ไม่ใช่ฟังเพลง!!)ยิ่งถ้ามีให้อ่านฟรี~ แล้วอ่านออกนะ ก็ชอบหมดอ่ะค่ะ (^0^)[แบบที่เค้าวางไว้ตามร้านทำผม หรือแจกฟรีตามร้านขายของไงคะ]แต่วันนี้ได้อ่านนิตยสารชีวจิต ไปเจอเรื่องเกี่ยวกับโทรศัพท์ด้วยต้องนำมาเล่าสู่เพื่อนๆ Mobile Mob กันหน่อยเป็นผลวิจัยจากมหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลียค่ะเขาบอกว่า.. "คุยโทรศัพท์ไปเดินไป ระวังปวดหลัง"เนื่องจาก ร่างกายของคนเราถูกออกแบบมาให้หายใจออกเวลาเท้าแตะพื้นเพื่อป้องกันการกระแทกของกระดูกสันหลัง แต่..เมื่อเราเดินพร้อมกับพูดสมองต้องไปใส่ใจกับการคุยมากกว่า รูปแบบการหายใจนั้นจะเสียไปและจะเป็นอันตรายต่อกระดูกสันหลังอ่าว! .. อย่างงี้พวกนักพูด หรืออาจารย์ หรือคนอื่นๆ ที่เดินไปด้วยพูดไปด้วยก็เป็นได้สิ?ใช่แล้วค่ะ ทุกคนที่เดินพร้อมกับพูดเป็นได้หมดแต่.. คนที่เดินคุยโทรศัพท์พร้อมกับพูดนั้น มีความเสี่ยงมากเป็นพิเศษเนื่องจากเมื่อเราเดินคุยโทรศัพท์ เราจะใช้เวลากับการเดินพร้อมกับพูดมากกว่าปกติ[สาวๆ เวลาเดิน Shoping แล้วมีกิ๊กเยอะ โทรมาเนี่ยใช่เลย!!]ต่อไปนี้ไม่ใช่แค่ "ขับไม่โทร" อาจต้องกลายเป็น "เดิน (ก็) ไม่โทร" ด้วยไม่งั้นระวังจะปวดหลังไม่รู้ตัวนะคะ เป็นห่วงสุขภาพชาว Blog.Fukduk ทุกคนค่ะ ( ^^ )ps.การวิจัยนี้เขาทดลองกับอาสาสมัคร (ซึ่งคงจะปวดหลังกันไปก่อนพวกเราแล้ว!!)ด้วยการวัดการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อลำตัวส่วนที่ปกป้องกระดูกสันหลังของคนที่เดินอย่างเดียว แล้วเปรียบเทียบกับของคนที่เดินพร้อมกับ[...]
5 อาหารป้องกันหวัด 2009-10-01T19:39:10.679-07:00 5 อาหารป้องกันหวัด (First Magazine) อาหาร 5 ชนิดที่อาจให้ผลในการช่วยเพิ่มภูมิต้านทานป้องกันหรือลดความรุนแรงของหวัด มีดังนี้ 1. อาหารรสเผ็ดรวมทั้งเครื่องเทศ เช่น กระเทียม พริก ลดอาการคัดจมูก ช่วยให้หายใจโล่งขึ้น 2. กระเทียม ช่วยลดอาการหวัด จะเติมลงในอาหารหรือเคี้ยวสด ๆ วันละ 1-2 กลีบก็ได้ 3. ดื่มน้ำมาก ๆ แทนที่จะดื่มกาแฟ น้ำอัดลม หรือเครื่องดื่มที่มีรสหวาน อาจดื่มน้ำผลไม้คั้นสดบ้างเพื่อเสริมวิตามินซี เครื่องดื่มร้อนที่ช่วยได้ เช่น ชา น้ำมะนาวอุ่น ๆ จะช่วยลดเสมหะได้ 4. ซุปไก่ร้อน ๆ ช่วยลดอาการคัดจมูก อาจเติมผักหลาย ๆ สี เพื่อเพิ่มสารแอนติออกซิแดนต์ ทำให้ร่างกายแข็งแรง มีสุขภาพดี ซุปไก่ที่ผ่านกระบวนการตุ๋นเคี่ยวนาน ๆ จนโปรตีนย่อยสลายเป็นไดเปปไทด์ อาจช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ช่วยให้ร่างกายสดชื่น และยังให้โปรตีนที่ดีต่อร่างกายด้วย 5. สารต่อต้านอนุมูลอิสระ เช่น เบต้าแคโรทีน (วิตามินเอ) วิตามินซี วิตามินอี ช่วยกำจัดสิ่งแปลกปลอมหรือเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย ป้องกันการติดเชื้อ ผักและผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง เช่น แครอท ผักใบเขียวจัด ส้ม ฝรั่ง องุ่น แคนตาลูป มะละกอสุก เป็นต้น ขอขอบคุณข้อมูลจาก[...]
ผลวิจัยชี้ มะนาว ช่วยเลิกบุหรี่ในสองสัปดาห์ 2009-10-01T19:38:03.110-07:00 ผลวิจัยชี้ มะนาว ช่วยเลิกบุหรี่ในสองสัปดาห์ (กรุงเทพธุรกิจ) ผศ.กรองจิต วาทีสาธกกิจ ที่ปรึกษามูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ กล่าวในการประชุมวิชาการ "บุหรี่กับสุขภาพแห่งชาติ" ครั้งที่ 7 เรื่อง "เยาวชนรุ่นใหม่ ร่วมใจ ต้านภัยบุหรี่" ว่า จากผลวิจัยพบว่า วิตามินซีมีสารที่ช่วยลดความอยากนิโคตินได้ และช่วยฟื้นฟูร่างกายที่ทรุดโทรมให้สดชื่นกระปรี้กระเปร่า จึงมีการนำมาใช้เพื่อช่วยเลิกบุหรี่ โดยเทคนิคการรับประทานผลไม้รสเปรี้ยวที่มีวิตามินซีสูง โดยเฉพาะมะนาว พบว่าเมื่อนำไปใช้แล้วมีประสิทธิภาพได้ผลดีมาก เนื่องจากมะนาวมีผลต่อการทำงานของต่อมรับรสขม ทำให้รสชาติของบุหรี่เปลี่ยนไป ผศ.กรองจิต กล่าวอีกว่า วิธีการกินมะนาวช่วยเลิกบุหรี่ ต้องหันมะนาวเป็นชิ้นเล็ก ๆ ให้มีเปลือกติดมาด้วย ขนาดเท่าหัวแม่โป้ง หรือพอคำ เมื่อมีความรู้สึกอยากสูบบุหรี่ให้กินมะนาวแทน โดยอมแล้วค่อยดูดความเปรี้ยว จากนั้นเคี้ยวเปลือกอย่างช้า ๆ นาน 3-5 นาที จะมีผลทำให้ลิ้นข่ม เฝื่อน จากนั้นดื่มน้ำ 1 อึก นอกจากช่วยลดความอยากนิโคตินแล้ว เมื่อสูบบุหรี่จะทำให้รสชาติบุหรี่เปลี่ยนเป็นขมจนไม่อยากสูบ และสามารถกินมะนาว หรือผลไม้ชนิดอื่นที่มีความเปรี้ยวมาก ๆ ได้ทุกครั้งที่เกิดความอยากบุหรี่ แต่เมื่อเทียบกัน พบว่ามะนาวจะได้ผลดีที่สุด ซึ่งการเลิกบุหรี่ด้วยการกินมะนาวส่วนใหญ่จะเลิกบุหรี่ได้ใน 2 สัปดาห์ และไม่อยากบุหรี่อีก ถือว่าชนะนิโคตินได้ แต่แม้อาการทางกาย คือความอยากจะหมดไป แต่อาการทางใจบางครั้งยั[...]
กินมันฝรั่งทอด เท่ากับซดน้ำมันพืช 2009-10-01T19:37:01.403-07:00 กินมันฝรั่งทอดเพียงวันละ 1 ถุงเท่ากับซดน้ำมันพืชปีละ 5 ลิตร (ไทยรัฐ) มูลนิธิโรคหัวใจอังกฤษเปิดเผยความจริงอันน่าตกใจให้ทราบกันว่า ผู้ที่กินของขบเคี้ยว เป็นมันฝรั่งทอดกรอบวันละ 1 ถุง ทุกวัน จะเท่ากับปีหนึ่งซดน้ำมันพืช เข้าไปมากถึง 5 ลิตร ลูกเด็กเล็กแดงตามชาติตะวันตกล้วนแต่กินมันฝรั่งทอดกรอบเป็นของขบเคี้ยว ไม่ต่ำกว่าวันละถุงกันทุกวัน นอกจากมันจะดูดน้ำมันแล้ว ยังมีเกลือ น้ำตาล และไขมันอยู่ด้วย ศาสตราจารย์ปีเตอร์ ไวส์เบิร์ก ผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ของมูลนิธิ สรุปว่า การกินของที่มีไขมันอยู่มาก แต่ไม่ค่อยมีคุณค่าทางอาหาร นับเป็นภัยแก่สุขภาพเด็กในระยะยาว "การกินขนมที่ไม่มีประโยชน์ นับเป็นนิสัยที่น่าห่วง เพราะรังแต่จะทำให้เด็กอ้วนและเป็นโรคเบาหวานแบบที่สองขึ้นในวันหน้าเท่านั้น"ขอขอบคุณข้อมูลจาก[...]
เตือนประชากรสูบบุหรี่ เสี่ยงเกิด มะเร็งตับ 1.51 เท่า 2009-10-01T19:35:15.837-07:00 เตือนประชากรสูบบุหรี่เสี่ยงเกิดมะเร็งตับ1.51เท่า (ไทยรัฐ) มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ เตือนประชากรที่สูบบุหรี่มีอัตราการเกิดมะเร็งตับ 1.51 เท่า และผู้ที่เลิกสูบบุหรี่แล้ว มีอัตราการเกิดมะเร็งตับ 1.12 เท่าของผู้ที่ไม่เคยสูบบุหรี่... วันที่ 27 กันยายน มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ เปิดเผยรายงานการวิจัยที่พบ ว่า การสูบบุหรี่ว่าเป็นสาเหตุของการเกิดมะเร็งตับ งานวิจัยดังกล่าว ตีพิมพ์ในวารสารระบาดวิทยานานาชาติ ฉบับเดือนสิงหาคม 2552 โดยการทบทวนรายงานวิจัยการติดตามศึกษาระยะยาว 38 ชิ้น และรายงานการศึกษาผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งตับกับประชากรกลุ่มเปรียบเทียบ 58 รายงาน พบว่า ประชากรที่สูบบุหรี่มีอัตราการเกิดมะเร็งตับ 1.51 เท่า และผู้ที่เลิกสูบบุหรี่แล้ว มีอัตราการเกิดมะเร็งตับ 1.12 เท่าของผู้ที่ไม่เคยสูบบุหรี่ โดยข้อมูลการศึกษาจากภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วโลกในห้วงเวลาต่าง ๆ มีความสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน ทั้งนี้ สถาบันวิจัยมะเร็งนานาชาติไอเออาร์ซี ได้สรุปอย่างเป็นทางการแล้วว่า การสูบบุหรี่เป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดมะเร็งตับ ในขณะที่กระทรวงสาธารณสุขสหรัฐอเมริกาเพียงแต่ระบุว่า หลักฐานบ่งบอกว่าการสูบบุหรี่เป็นสาเหตุของการเกิดมะเร็งตับ แต่ยังไม่ชี้ชัดลงไปทีเดียว ศาสตราจารย์นายแพทย์ประกิต วาทีสาธกกิจ กล่าวว่า มะเร็งตับเป็นโรคมะเร็งที่พบบ่อยที่สุดของชายไทยภาคอีสานและเป็นมะเร็งอันดับสองรองจาก มะเร็งปอดของชายไทยภาคอื่นทุกภาค ที่ผ่านมาเชื่อกันว่า มะเร[...]
รู้เท่าทันอาการนั่งเครื่องบินนาน ๆ 2009-10-01T19:34:00.515-07:00 รู้เท่าทันอาการนั่งเครื่องบินนาน ๆ (สำนักข่าวไทย) What happen when.... I'm on a long haul flight? 1.หูอื้อ ตอนที่เครื่องทะยานขึ้นฟ้า ความกดอากาศภายในเครื่องจะลดลง ซึ่งส่งผลให้ก๊าซในร่างกายเกิดการขยายตัว การเปลี่ยนแปลงความกดอากาศนี้จะไปอัดอากาศที่อยู่หลังเยื่อแก้วหูลงไป ตามท่อด้านหลังปากคุณ ส่งผลให้เกิดอาการหูอื้อ และได้ยินอะไรไม่ชัดเจน เพื่อให้การได้ยินกลับมาเป็นปกติ ให้คุณเอามือบังจมูกไว้แล้วพ่นลมหายใจออกทางรูจมูกเพื่อบรรเทาก๊าซที่อยู่ ภายในร่างกาย แต่อย่าลืมปิดปากให้สนิทล่ะ 2. ว่ากันว่าอากาศบนเครื่องบินแห้งกว่าในทะเลทรายเสียอีก จึงไม่ต้องแปลกใจถ้านั่งเครื่องบินนานๆ แล้วรู้สึกว่าผิวแห้ง คอแห้ง เหมือนขาดน้ำ ไดอานา แฟร์ไซลด์ ผู้เขียนหนังสือ Jet Smarter บอกว่า "โดยทั่วไปแล้วอาการสูญเสียน้ำจากการนั่งเครื่องบินนานๆ เป็นเรื่องยากที่จะหลีกเลี่ยง" ทางแก้คือ ดื่มน้ำประมาณ 30 มิลลิลิตร ทุกชั่วโมง และหลีกเลี่ยงการดื่มชา กาแฟ และแอลกอฮอล์ 3. แค่แก้วเดียวก็พอ งานวิจัยของ Flyana.com ระบุว่า การดื่มของมึนเมา 2 หรือ 3 แก้ว บนเครื่องมีผลต่อร่างกายคุณ เทียบเท่ากับการดื่ม 4-5 แก้ว บนพื้นโลก นั่นเป็นเพราะการนั่งเครื่องบินนาน ๆ ทำให้ออกซิเจนไหลเวียนเข้าสู่สมอง ไม่สะดวกอยู่แล้ว แอลกอฮอล์จะยิ่งมีฤทธิ์ไปขัดขวางกระบวนการนี้เข้าไปใหญ่ แบบนี้ควรต้องดื่มอย่างมีสติ 4. ระวังภาวะพร่องออกซิเจน อากาศบนเครื่องบินซึ่งวนเวียนอยู่อย่างเดิม โดยไม่ได้รับการถ่ายเท บวกกับความกดอากาศต่ำในห้อง[...]
10 สนามบินที่ได้ชื่อว่า "น่ากลัว" ที่สุดในโลก 2009-10-01T19:29:02.689-07:00 อันดับ 10 สนามบิน JUANCHO E. YRAUSQUIN บนเกาะ SABA ใน NETHERLANDS ANTILLES ถึงแม้ว่าจะยังไม่เคยเกิดโศกนาฎกรรมร้ายแรงที่สนามบินบนเกาะเล็กๆ แห่งนี้ แต่บรรดาผู้เชี่ยวชาญด้านการบินต่างเห็นพ้องต้องกันว่า ที่นี่แหล่ะคือ "หนึ่งในสนามบินที่อันตรายที่สุดในโลก" เพราะนักบินจะต้องรับมือกับลมกรรโชกในขณะเตรียมแลนดิ้งลงบนรันเวย์ ที่มีความยาวเพียง 400 เมตรเท่านั้น อีกจุดที่ถือว่าอันตรายสุดๆ คือ "ตำแหน่ง" ของรันเวย์ที่ด้านหนึ่งเป็นภูเขาสูง ส่วนอีกด้านเป็นหน้าผา (ปลายสุดของรันเวย์ทั้ง 2 ข้าง เป็นหน้าผา) ซึ่งถ้ามีอะไรผิดพลาดไม่ว่าจะเป็นตอนขึ้นหรือตอนลงก็จะตกลงไปในทะเลทันที ปัจจุบันนี้ มีเพียงสายการบิน Windward Islands Airways ซึ่งเป็นสายการบินท้องถิ่นเพียงแห่งเดียวเท่านั้น ที่เปิดบินบริการวันละ 1 เที่ยวบนสนามบินแห่งนี้ พิสูจน์ความน่ากลัวของสนามบินแห่งนี้ได้ ที่นี่ (หวาดเสียวจริงๆ ขอบอก) อันดับ 9. สนามบินนานาชาติ MADEIRA (FUNCHAL) บนเกาะ MADEIRA ประเทศโปรตุเกส ช่วงแรกๆ ที่เปิดบริการ สนามบินแห่งนี้มีรันเวย์ยาวเพียง 1,600 เมตร แถมยังโอบล้อมด้วยภูเขาสูง และท้องทะเล ทำให้การลงจอดเป็นไปได้ยาก มีเพียงนักบินที่มีประสบการณ์สูงเท่านั้นที่จะสามารถนำเครื่องบินลงจอดที่สนามบินแห่งนี้ได้ แต่หลังเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงกับสายการบิน TAP Air Portugal เที่ยวบิน 425 เมื่อปี ค.ศ. 1977 หลังจากนักบินพยายามนำเครื่องลงจอด 2 ครั้งแต่ไม่สำเร็จ จนกระทั่งเกิดอุบัติเหตุในความพยายามลงจอดครั้งที่ 3 เนื่องจากรันเวย์สั้นเกินไป (สำหรับเครื่องบิน Boeing 727-200) ประ[...]
มลพิษเมืองหลวง 2009-10-01T06:04:36.923-07:00 มลพิษเมืองหลวง (Momypedia)โดย: พ.ญ.สิรินันท์ บุญยะลีพรรณ เพื่อนบ้านที่เจอะเจอกันได้ตลอดเวลาของชาวกรุงเทพฯ ทุกท่าน อาจจะเป็นเพราะคนไทยมีนิสัยไม่ค่อยชอบย้ายถิ่นฐาน หรือถ้าจะย้ายมักย้ายเข้าสู่เมืองใหญ่มากกว่าย้ายออก เมืองใหญ่จึงมีคนมากขึ้นทุกวัน ...เอาล่ะ ไหน ๆ ก็รักจะอยู่กรุงเทพฯ แล้ว มารู้จัก "มลพิษทางอากาศ" เพื่อนร่วมบ้านร่วมเมืองของเรากันหน่อยดีกว่าค่ะ 1.ฝุ่นละออง มาตรฐานโลกเขากำหนดไว้ว่า ฝุ่นละอองแขวนลอยทั้งหมดไม่ควรเกิน 330 ไมโครกรัม : ลูกบาศก์เมตร แต่กรุงเทพฯ มีฝุ่นเข้าไปตั้ง 800 ไมโครกรัม : ลูกบาศก์เมตรฝุ่นพวกนี้มาจากไหน ส่วนหนึ่งก็เป็นฝุ่นเดิมสะสม ลอยแล้วตกลงมาใหม่ โดนกวาดฟุ้งลอยขึ้นไปอีก มาจากการก่อสร้าง จากโรงงานอุตสาหกรรม และส่วนสำคัญอีกส่วนหนึ่งมาจากควันท่อไอเสียรถที่มีการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ของน้ำมันดีเซล เรียกเป็นภาษาทางการว่า Diesel Exhaust Particulates (DEP) ซึ่งฝุ่นประเภท DEP นี้ มีสารที่กระตุ้นให้เกิดการแพ้ได้ด้วยค่ะ ฝุ่นเหล่านี้ให้โทษต่อระบบทางเดินหายใจ โดยเฉพาะในเด็กเล็ก เด็กที่เป็นหอบหืด หรือโรคแพ้อากาศ เพราะจะทำให้เกิดการอักเสบในหลอดลม ยิ่งถ้าเป็นฝุ่นขนาดเล็กที่เรียกว่า PM 10 คือขนาดต่ำกว่า 10 ไมครอน (1 ไมครอน = 0.001 มิลลิเมตร) ยิ่งอันตรายมาก เพราะมันสามารถเข้าไปได้ลึกถึงถุงลมเล็ก ๆ ในปอดเลยค่ะ จากการวัดล่าสุดตามริมถนนในกรุงเทพฯ พบเจ้าฝุ่น PM 10 นี้มีปริมาณ 150 ไมโครกรัม : ลูกบาศก์เมตร สูงเกินค่ามาตรฐานคือ 120 ไมโครกรัม : ลูกบาศก์เม[...]
อาหารไทย 22 ชนิด ต้านโรคมะเร็งได้ 2009-10-01T06:03:39.992-07:00 อาหารไทยต้านมะเร็ง (ไทยโพสต์) วิจัยพบอาหารไทย 22 ตำรับลดความเสี่ยงโรคมะเร็ง ผัดคะน้าน้ำมันหอยสุดยอด ยับยั้งการเกิดสารก่อมะเร็งในอาหารปิ้ง ย่าง รมควันมากที่สุด รองลงมาคือไก่ทอดสมุนไพร ทอดมันปลากราย น.ส.มลฤดี สุขประสารทรัพย์ นักศึกษาระดับปริญญาโท สาขาพิษวิทยาทางอาหารและโภชนาการ สถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ภายใต้การควบคุมของ รศ.ดร.แก้ว กังสดาลอำไพ หัวหน้าฝ่ายพิษวิทยาทางอาหารและโภชนาการ อาจารย์ที่ปรึกษา ด้วยการสนับสนุนของสภาวิจัยแห่งชาติ เปิดเผยเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคมว่า ได้ดำเนินการศึกษาวิจัยถึงแบบจำลองที่เลียนแบบการกินอาหารที่มีสารก่อกลายพันธุ์ หรือสารก่อมะเร็ง เช่น อาหารประเภทปิ้ง ย่าง รมควัน และอาหารที่ต้มตุ๋นเป็นระยะเวลานานๆ เกิน 4 ชั่วโมงขึ้นไป ก็เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเช่นกัน ทั้งนี้ได้นำอาหารดังกล่าวมาทำปฏิกิริยากับสารไนไตรท์ หรือดินประสิว ในสภาวะคล้ายการย่อยอาหารของคนเรา แล้วกินอาหารไทยร่วมด้วยจำนวน 22 ตำรับ คือ แกงเลียง แกงส้มผักรวม แกงเผ็ดเป็ดย่าง แกงเขียวหวานไก่ แกงจืดตำลึง แกงจืดวุ้นเส้น ต้มยำกุ้ง ต้มยำเห็ด ผัดคะน้าน้ำมันหอย ผัดผักรวมน้ำมันหอย ผัดกระเพรากุ้งใส่ถั่วฝักยาว ยำวุ้นเส้น ส้มตำไทย เต้าเจี้ยวหลน น้ำพริกกุ้งสด น้ำพริกลงเรือ ไก่ทอดสมุนไพร ไก่ผัดเม็ดมะม่วงหิมพานต์ ไข่เจียวใส่หอมหัวใหญ่และมะเขื[...]
กรุ๊ปเลือดบอกอะไร 2009-10-01T06:02:21.651-07:00 กรุ๊ปเลือดบอกอะไร (Health&Cuisine)เลือด : สายธารแห่งชีวิต ในร่างกายของเรามีเลือดอยู่ประมาณ 3.8 - 4.9 ลิตร หรือคิดเป็น 7 % ของน้ำหนักตัว พลาสมาเป็นส่วนประกอบที่มีปริมาณถึง 55 % ของเลือด มีลักษณะเป็นของเหลวสีเหลืองที่ประกอบด้วยสารอาหารต่าง ๆ ฮอร์โมน แอนติบอดี และของเสีย ทำหน้าที่ช่วยให้เม็ดเลือดไหลเวียนไปทั่วทุกส่วนของร่างกาย ส่วนเม็ดเลือด ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 3 ชนิด ได้แก่ เกร็ดเลือด เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยให้เลือดจับตัวเป็นลิ่มปิดที่ปากบาดแผล (ไม่อย่างนั้น เลือดอาจจะไหลออกจนหมดตัวได้) เม็ดเลือดขาว ช่วยกำจัดเชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส และศัตรูต่าง ๆ ของร่างกาย ถือเป็นตัวภูมิคุ้มกันที่มีบทบาทสำคัญต่อสุขภาพ เม็ดเลือดแดง ที่เราเห็นเป็นสีแดงของเลือดนั้นแท้จริงคือฮีโมโกบิน(Hemoglobin) เม็ดสีที่ประกอบด้วยธาตุเหล็กซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักของเม็ดเลือดแดง ทำหน้าที่จับโมเลกุลของออกซิเจน(ฮีโมโกบิน 1 โมเลกุลสามารถจับออกซิเจนได้ถึง 4 โมเลกุล) ช่วยลำเลียงออกซิเจนไปสู่เซลล์ต่าง ๆ และถ่ายเทคาร์บอนไดออกไซด์ออกมา ว่ากันว่าในร่างกายเรามีเม็ดเลือดแดงอยู่ประมาณ 25 ล้านล้านเม็ดเลยทีเดียว ในเม็ดเลือดแดงนี้เองมีโปรตีนสำคัญชนิดหนึ่งที่เรียกว่า แอนติเจน ซึ่งเป็นสารที่กระตุ้นให้ร่างกายสร้างแอนติบอดี สารสองตัวนี้มีความสำคัญในการถ่ายเทเลือดจากอีกคนหนึ่งไปยังอีกคนหนึ่ง เพราะหากแอนติเจนกับแอนติบอดีเข้ากันไม่ได้แล้ว ผู้ที่ได้รับการถ่[...]
ชี้ลิปมันตัวการ มะเร็งผิวหนัง 2009-10-01T05:59:59.446-07:00 ![]() ชี้ลิปมันตัวการ มะเร็งผิวหนัง (ธรรมลีลา) "ผิวหนังบริเวณริมฝีปากคนเราบางมาก และมีแนวโน้มเสียหายจากแสงแดดง่ายกว่าถ้าเทียบกับผิวหนังส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย หลายคนลืมไปว่าควรปกป้องริมฝีปากด้วยผลิตภัณฑ์กันแสงแดด เช่นเดียวกับผิวหนังส่วนอื่น ๆ อาการของมะเร็งผิวหนังที่ริมฝีปากอาจร้ายแรงกว่าที่อื่น ๆ เนื่องจากมะเร็งมักแพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองที่อยู่รายรอบ" ดร.คริสตีนบราวน์ แจง ขอขอบคุณข้อมูลจาก
![]() |
|||||||